วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

งานไทยเที่ยวไทย2555

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 24 1-4 มีนาคม 2555 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ไปเที่ยว February 7, 2012 โดย นายหัว
งานไทยเที่ยวไทย 2555

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 24
จัดโดยบริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นมหกรรมงานท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้ธีม ร้อนนี้ซ่า ท้าทุกที่เที่ยว วันที่ 1 – 4 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานไทยเที่ยวไทย 2555นี้ จะมีผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 1,185 รายมานำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ อาทิ โรงแรม รีสอร์ท สปา บริษัททัวร์ สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว สถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ สวนสัตว์ สวนสนุก บัตรบุปเฟ่ต์ ภัตตาคาร อุปกรณ์การเดินทาง แค้มปิ้ง ดำน้ำ รวมถึงสินค้าของฝากของที่ระลึกทั่วไป ในราคาโปรโมชั่นสุดร้อน พร้อมรับข้อเสนอดี ๆ ทั้งส่วนลดเพิ่มสูงสุด 25 % จากบัตรเครดิต CITIBANK และ HSBC และไฮไลท์ ต่าง ๆ มากมาย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมงานไทยเที่ยวไทย 2555 Call 02-683-3065

อัมพวา

ตลาดน้ำอัมพวา (ตลาดน้ำยามเย็น) : จังหวัดสมุทรสงคราม

         ภาพของผู้คนที่ดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางรอยยิ้มเสียงหัวเราะน้ำใจไมตรี ภาพการทำมาหาเลี้ยงชีพการค้าขายสินค้าและอาหารนานาชนิด โดยอาศัยแม่น้ำลำคลองเป็นเส้นทางในการสัญจรใช้เรือพายเป็นพาหนะในการเดินทาง เหล่านี้ถือเป็นวิถีชีวิตอันงดงามที่คุ้นตาคนไทยแถบคลองอัมพวามาเนิ่นนาน และยังเป็นภาพชีวิตที่ทำให้ชุมชนแถบนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เวนิสตะวันออกแห่งสุดท้ายในสยาม”

         ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดน้ำยามเย็นที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในสมุทรสงคราม แม้เวลาที่ผ่านไปจะทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เปลี่ยนจากการอาศัยแม่น้ำลำคลองเป็น ช่องทางทำกินไปอยู่ริมถนนแทน แต่ชาวอัมพวาก็ยังคงสืบสานปณิธาณในการอนุรักษ์รูปแบบการตั้งถิ่นฐานบ้าน เรือน และการประกอบสัมมาอาชีพไว้อย่างครบถ้วน

ชิมอาหารพื้นบ้านทั้งคาวหวาน

           เมื่อแรกย่างก้าวเข้ามาสู่ตลาดน้ำอัมพวา สิ่งที่รอคอยต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนอยู่ตรงหน้า คือภาพของตลาดที่มีชีวิตชีวาและ ครึกครื้นยิ่งกว่าตลาดใดๆที่เคย พบเจอภาพรอยยิ้มเสียงหัวเราะและ คำทักทายอันมีไมตรีจิตภาพเรือพายที่นำเอานานาสินค้าแปลกตา และอาหารถูกใจมาจอดเทียบท่าเชิญชวนให้นักท่องเที่ยว เข้ามาอุดหนุนจนเต็มลำคลอง ภาพนักท่องเที่ยวที่ต่างเพลิดเพลินกับการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างสนุกสนาน… นับเป็นเสน่ห์อันมีเอกลักษณ์ที่แสนเย้ายวนใจของตลาดน้ำอัมพวาอย่างแท้จริง

ล่องเรือชมวิถีชีวิตริมน้ำ

           ก่อนที่จะมาเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาในตอนเย็น นักท่องเที่ยวบางคนก็นิยมล่องเรือชมทิวทัศน์ของแม่น้ำแม่กลองเพื่อชมวิถีชิต และบ้านเรือนริมน้ำ ที่จะได้เห็นตลอดทางที่เรือแล่นไป หรืออาจจะแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างที่น่าสนใจ เช่น วัดบางแคน้อบ ค่ายบางกุ้ง โบสต์คริสต์ เป็นต้น






ที่มา :: http://www.phudoilay.com/central/samutsongkhram/amphawa.php

เกาะทะลุ...สวรรค์ใส ๆ กลางอ่าวไทย

      

   เสียงสายลมเกรียวกราวพัดยอดมะพร้าวแข่งกับเสียงเกลียวคลื่น คือสัมผัสแรกเมื่อมาถึงบางสะพานน้อย อำเภอแสนน่ารักแห่งประจวบคีรีขันธ์ ด้วยว่าที่นี่มีหาดทรายยาวเหยียดงามตา เรามุ่งหน้าสู่ท่าเรือบ้านมะพร้าว ลงเรือยอชต์สีขาวสองชั้นมุ่งหน้าฝ่าแดดลมโล้คลื่นสู่ "เกาะทะลุ" ที่มีหาดทรายขาว น้ำใสแจ๋ว ปะการังสวยไม่แพ้ฝั่งทะเลอันดามันแม้แต่น้อย
 มหัศจรรย์เกาะทะลุ
          เพียง 20 กว่านาที เรือก็เทียบท่าบนเกาะทะลุ ฟ้าใสแจ่มเป็นสีครามเข้ม แสงอาทิตย์ส่องทะลุผืนทะเลมรกตลงไปเห็นฝูงปลาตัวน้อยแหวกว่ายอยู่นับพัน ๆ บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลที่ยังมีอยู่มาก หลังจากอาหารเที่ยงแบบบุฟเฟต์แสนอร่อยและนั่งพักจนข้าวเรียงเม็ดแล้วก็ได้เวลาเปลี่ยนชุด ลงเรือสปีดโบ๊ตไปดำน้ำและตกหมึก ทว่าก่อนอื่นเราต้องไปชมแลนด์มาร์กและความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของเกาะทะลุกันก่อน นั่นคือ "ช่องทะลุ" ซึ่งมีลักษณะเป็นโพรงขนาดใหญ่ทะลุถึงกันสองด้านแอบอยู่ใต้เพิงผาคล้ายสะพานหิน อันเกิดจากการสึกกร่อนเพราะคลื่นลมกัดเซาะอยู่นับพัน ๆ หมื่น ๆ ปี  หากเรานำแผนที่เกาะทะลุมากางดูจะเห็นว่า เกาะแห่งนี้มีรูปร่างยาวรี หัวท้ายแหลม ตั้งอยู่ในแนวเหนือ-ใต้ โดยชายฝั่งด้านตะวันตกก็คือบริเวณที่มีรีสอร์ท อ่าวงาม ๆ และทิวมะพร้าวร่มรื่น ผิดกับฝั่งด้านตะวันออกที่หันออกสู่ทะเลเปิดจะมีแต่ผาหินสีแดง ลงเล่นน้ำไม่ได้เลย


 ล่องเรือสำรวจเกาะ
          ทางรีสอร์ตพาเราออกเรือเพื่อจะได้ทำความรู้จักกับเกาะทะลุมากขึ้น พบว่าแท้จริงที่นี่มี 4 อ่าวเรียงกันอยู่ด้านตะวันตกของเกาะคือ "อ่าวมุก" อ่าวเล็ก ๆ ที่ยาวเพียง 300 เมตร เต็มไปด้วยความสงบร่มรื่นของทิวมะพร้าวโอนเอน ผู้คนไม่พลุกพล่านเหมาะมานอนอาบแดดเงียบ ๆ ถัดมาคือ "อ่าวใหญ่" ที่ใหญ่สมชื่อเพราะยาวถึง 900 เมตร เป็นหาดยาวที่สุดบนเกาะทะลุ มีบริการเล่นเรือใบ พายเรือคายัค ถัดไปอีกนิดคือ "อ่าวไทรใหญ่" อันเป็นส่วนของพี่พักและ Beach Bar ที่เราไปนั่งสรวลเสเฮฮากันเมื่อคืน สุดท้ายปลายเกาะด้านใต้คือ "อ่าวเทียน" อ่าวเล็ก ๆ สั้น ๆ มีโขดหินสีเข้มกระจายอยู่ทั่วไป หาดนี้ไม่มีที่พัก จึงเงียบสงบเป็นส่วนตัวที่สุด
 ชมปะการัง-ตกหมึก
          รู้จักเกาะสวรรค์แห่งนี้กันดีแล้ว จากนั้นความสนุกสนานก็เริ่มขึ้น เราลงดำน้ำดูปะการังกับฝูงปลาอยู่หน้าช่องทะลุ ที่นี่มีปลาแปลก ๆ สีสวย ๆ ผลัดกันแหวกว่ายมาโชว์ เช่นเดียวกับปะการังแข็งหลากชนิด ทั้งปะการังโขด ปะการังเขากวาง และมีหอยมือเสือตัวเป้ง ๆ ดูน่าตื่นตาตื่นใจดี ไม่นานนักเรือก็แล่นเวียนกลับไปทางตะวันตกของเกาะ แล้วหยุดให้พวกเรา "ตกหมึก"  ซึ่งส่วนมากเป็นหมึกกระดองที่ว่ายอยู่เป็นฝูง ๆ ในน้ำลึก เราจึงต้องใช้ปลาตัวเล็กเกี่ยวเหยื่อแล้วหย่อนสายเอ็นลงไปในน้ำ เมื่อกระตุกสายเอ็นขึ้นลงเป็นจังหวะ ไม่นานก็มีเสียงเฮเพราะได้หมึกแล้ว "นี่ถ้าออกเรือในคืนเดือนมืด แล้วเปิดไฟเรือล่อไว้รับรองว่าจะได้หมึกเพียบเลย" คนเรือเล่าให้ฟัง
          เวลาแห่งความสนุกสนานกับท้องทะเลผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอนิดเดียวก็เย็นซะแล้ว เรามาดินเนอร์ริมหาดในร้านอาหารกลางแจ้งแสนโรแมนติก ลมทะเลพัดโชยชื่นใจพร้อมกับละเลียดชิมอาหารทะเลสด ๆ อร่อย ๆ ไปด้วย จากนั้นไปนั่งเล่นกันต่อที่ Beach Bar อ่าวใหญ่ ฟังเพลงเบา ๆ เคล้าธรรมชาติช่วยเติมเต็มช่วงเวลาแสนสุขให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ที่นี่ยังมีบริการสอนดูดาวที่กระจ่างอยู่เต็มฟ้าด้วยหากคุณยังไม่ง่วงจนเกินไป


 อำลาเกาะทะลุ
          วัดถัดมาหลังอาหารเช้า เราออกไปสำรวจเกาะกันต่อ พร้อมกับทำกิจกรรมจิตอาสา ช่วยกันปลูกปะการังกลับคืนสู่ท้องทะเล ด้วยการนำก้านปะการังอ่อนติดไว้กับท่อพีวีซี แล้วให้นักประดาน้ำดำลงไปวางไว้ในทะเล รอวันให้มันเติบโตขึ้นทีละน้อยเป็นสมบัติล้ำค่าต่อเติมชีวิตใต้ห้วงน้ำสีครามต่อไป
          เราเดินฝ่าแดดใสกลับมาถึง Beach Bar รีบสั่งเครื่องดื่มเย็น ๆ มาเรียกความสดชื่นคลายร้อน ระหว่างนั่งคุยกันมีประโยคหนึ่งสะกิดใจ "เช้าสบาย สายสนุก ทุกข์ไม่มีที่เกาะทะลุ..." เอ้อ...จริงด้วยนะ ตั้งแต่มาถึงที่นี่เรามีแต่ความสุข ยังไม่มีใครบ่นว่าเบื่อหรืออยากกลับบ้านเลย นี่สิ "เกาะสวรรค์กลางอ่าวไทย" หนึ่งในหัวใจเราอย่างแท้จริง
 Fast Fact
          ฤดูกาล : เกาะทะลุเที่ยวได้ตลอดปี แต่อากาศดีที่สุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ท้องฟ้าใส คลื่นลมสงบดี
          การเดินทาง : ช่วงแรก เดินทางด้วยรถยนต์ เริ่มจากอำเภอเมืองประจวบฯ -อำเภอบางสะพานน้อย ระยะทาง 110 กม. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 จากนั้น เลี้ยวซ้ายที่ กม. 399 เข้าถนนสาย 3497 ผ่านโรงพยาบาลและที่ว่าการอำเภอบางสะพานน้อย จนถึงท่าเรือบ้านปากคลอง หรือท่าเทียบเรือบ้านมะพร้าวรีสอร์ท ซึ่งมีอาคารสำนักงานของเกาะทะลุ รีสอร์ทตั้งอยู่ ช่วงที่สอง นั่งเรือข้ามจากฝั่งไปเกาะทะลุ ถ้าไม่ได้ซื้อแพ็กเกจของเกาะทะลุ รีสอร์ทก็ต้องเหมาเรือประมงของชาวบ้าน ไปดำน้ำแบบ One-Day ค่าเช่าเรือ 3,000-4,000 บาท (ควรเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำไปเอง) แต่ถ้าซื้อแพ็กเกจทัวร์ของเกาะทะลุ รีสอร์ท จะมีบริการพาไปดำน้ำด้วย
          ที่พัก : เกาะทะลุเป็นเกาะส่วนตัว มีรีสอร์ทอยู่แห่งเดียว คือ Koh Talu Island Resort สำนักงานหัวหิน โทร. 032-442-636, 08-9744-5639, 08-9744-7995 สำนักงานอำเภอบางสะพานน้อย โทร. 08-9918-3715 http://www.taluisland.com/ บนเกาะมีอาหารบริการครบสามมื้อ สำหรับผู้ที่ซื้อแพ็กเกจ 3 วัน 2 คืน ส่วนใครที่ซื้อแพ็กเกจ One-Day Trip ก็มีบริการอาหารและเครื่องดื่มอย่างครบครัน

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2555

บทความที่ 15 น้ำตกทีลอซู


ทีลอซู อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก - น้ำตกทีลอซู
น้ำตกทีลอซู มหัศจรรย์แห่งสายน้ำ สวยติดอันดับ 1 ใน 6 ของโลก


 น้ำตกทีลอซูตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กม. ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย1
ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามมากและจะมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กม.แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. - 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม
http://xn--12cu2ajh9esc9a4a7bylxb.com/

บทความที่ 14 พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน



พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน


พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ยังมีสถานที่อันเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมอันล้ำค่านามเป็น อาคารไม้ที่งดงามยิ่ง สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของพรรณไม้ร่มรื่นและหาดทราย ขาวสะอาดตา ผสานเสียงเกลียวคลื่นดังกระทบฝั่งอยู่เป็นระยะๆ นับเป็นบรรยากาศที่สงบและรื่นรมย์ดุจดังแต่กาล ก่อน เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชนิเวศน์แห่งนี้ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2467 พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำรวจตระเวนชายแดนค่ายพระรามหก และเมื่อผู้ไป เยือนเข้าไปตามเส้นทางที่มุ่งสู่หาดทราย ก็จะได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบและร่มรื่น ของพระราชนิเวศน์อัน งดงามแห่งนี้ ซึ่ง ประกอบด้วยหมู่พระที่นั่งใหญ่ 3 องค์ ปลูกเรียงรายไปตามแนวชายหาด ทุกองค์สร้างอย่างแบบ ยุโรปสิ่งที่น่ายกย่องของสถานที่แห่งนี้ ได้แก่ ความตั้งใจและความพยายาม ที่จะสร้างที่ประทับ ให้เหมาะสมกับ สภาพภูมิประเทศและ ภูมิอากาศอย่างแท้จริงโดยปรับให้เข้ากับภูมิอากาศของไทยที่ร้อนชื้นได้เป็นอย่างดี

นับตั้งแต่ใต้ถุนที่โปร่งโล่ง เปิดรับลมทะเลที่พัด เข้าสู่หมู่พระที่นั่งให้ความเย็นสบายตลอดวัน หลังคาทรงปั้นหยาซึ่ง กันแดดและฝนได้ดี กระเบื้องมุงหลังคาทำด้วยซีเมนต์เคลือบสีแดง แนวระเบียงเชื่อมองค์พระที่นั่งทั้งสามอย่าง ฝรั่ง ที่เรียกว่า คัฟเวอร์เวย์ (Cover Way) ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยในการสัญจรไปมา ไม่ต้องเดินขึ้นลง บันไดบ่อยๆ พื้นระเบียงและพระที่นั่งทำด้วยไม้สักลงเงา ดูโอ่อ่าสวยงามยิ่ง ส่วนเพดาน ใช้คานไม้ดัดโค้งบรรจุ ระหว่าง ช่วงเสาทุกช่วงตลอดแนวระเบียง เพิ่มความอ่อนช้อยให้กับพระราชนิเวศน์ เช่นเดียวกับสถาปัตยกรรม ยุโรปซึ่งจัดจังหวะโค้งของวงกบหน้าต่างตอนบน ให้ความอ่อนหวานและยังคงได้รับความนิยมสืบมาจนถึงปัจจุบัน

พระราชนิเวศน์แห่งนี้ มีตำนานที่เล่าขานต่อๆ สืบเนื่องมาจากเมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ทรงพระครรภ์์นั้น องค์พระมหาธีรราชเจ้าทรงพระเกษมสำราญยิ่งด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระปิโยรส แต่ความหวังทั้งมวลก็สิ้น สลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้ ยามนั้นพระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วย น้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อพระราชวังแห่งความรักและ ความหวัง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จมาประทับ ณ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันพร้อมด้วย สมเด็จ พระนางเจ้าสุวัฒนาฯ อีกครั้งระหว่างวันที่ 12 เมษายน ถึงวันที่ 20 มิถุนายน 2468การเสด็จครั้งนี้เสมือน หนึ่งการเสด็จมาเพื่ออำลาพระราชนิเวศน์ที่ทรงรักโดยแท้ เพราะเมื่อเสด็จกลับพระนครแล้ว ต่อมาไม่นานก็เสด็จ สวรรคต

จากวันนั้นนับเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลาร่วม 70 กว่าปีแล้ว พระราชนิเวศน์ได้ถูกทอดทิ้งจนทรุดโทรมลงเป็น ลำดับ จนกรมตำรวจได้เข้ามาดูแลเป็นการถาวร โดยใช้เป็นที่ตั้ง กองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนและได้ทำการบูรณะซ่อมแซม ปลูกต้นไม้เพิ่มเติมจนงดงามร่มรื่น วันนี้ พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ได้เผยความงามอันล้ำค่าจากงานฝีมือของช่างไทยและช่างยุโรปในอดีต ผสมผสาน มาเป็น งานสถาปัตยกรรมอันงดงามนุ่มนวล เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปเยี่ยมเยือน และควรแก่การทะนุถนอม หวงแหนเป็นมรดกล้ำค่าของอนุชนชาวไทยสืบไป
สิ่งที่น่าภายในพระราชนิเวศน์
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ประกอบด้วย พระที่นั่งสามองค์ คือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ พระที่นั่งสมุทรพิมาน
1. พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์
สร้างเพื่อเป็นที่ประชุมและจัดงานสโมสรต่างๆ รวมถึงการแสดงละคร ซึ่งพระองค์โปรดอย่างยิ่ง ลักษณะเป็นอาคาร ไม้สองชั้น รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ชั้นล่างเป็นโถงโล่ง ชั้นบนด้านทิศใต้ มีระเบียงเป็นที่ี่ประทับ เวลาเสด็จออก และมี ระเบียบรอบ ปล่อยส่วนกลางโล่ง หลังระเบียงที่ประทับ มีห้องซึ่งปัจจุบันจัดแสดงเรื่องราว และสิ่งของที่เกี่ยวข้อง กับความเป็นมา และการบูรณะพระราชนิเวศน์แห่งนี้ไว้อย่างน่าชม


2. พระที่นั่งสมุทรพิมาน
มีทางเดินเชื่อมต่อจากพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ลงมาทางใต้ พระที่นังองค์นี้เคยเป็นที่ประทับในพระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าฯ อาคารด้านหน้า ประกอบด้วย ห้องสรง ห้องพระบรรทม และห้องทรงพระอักษร ซึ่งมีการจัดวาง สิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องเรือน ส่วนพระองค์ให้ชม อาคารส่วนกลางเป็นห้องโล่งกว้างมีเพียงลูกกรงกั้นโดยรอบ ลักษณะคล้ายศาลา เป็นที่ซึ่งพระองค์โปรดประทับในเวลากลางวัน ปัจจุบันจัดตั้งโต๊ะหมู่บูชาประดิษฐาน พระบรมรูปให้คนทั่วไปได้สักการะ อาคารด้านหลังปีกทางทิศใต้ เคยเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าสุวัทนาพระวร ราชเทวี ในการเสด็จประทับครั้งที่ 2 จากด้านหน้าของพระที่นั่งองค์นี้ มีทางเดินทอดยาวไปจดชายหาดพร้อม ทั้งมีพลับพลาสำหรับเปลี่ยนเครื่องทรง เมื่อเสด็จลงสรงน้ำทะเลด้วย


3.พระที่นั่งพิศาลสาคร
อยู่ถัดจากพระที่นั่งสมุทรพิมาน ไปทางทิศใต้ เคยเป็นที่ประทับของพระนางอินทรศักดิ์ศจี ในการเสด็จมาประทับ ครั้งแรก และเป็นกลุ่มอาคารสำหรับฝ่ายใน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และเป็นเอกเทศจากส่วนที่ประทับ มีบันได ขึ้นลงชายหาดและพลับพลาริมทะเล ซึ่งทอดขนานไปกับ พระที่นั่งสมุทรพิมาน ซึ่งเป็นส่วนของฝ่ายหน้า
4.สวนเวนิสวานิช
สวนที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างจากบทพระราชนิพนธ์เรื่องเวนิสวานิช ที่แปลมาจากเรื่องThe Merchant of Venice ของวิลเลี่ยม เช็กสเปียร์ นักประพันธ์ชื่อก้องโลกชาวอังกฤษ ที่พระองค์ท่านทรงคงลีลาและฉันทลักษณ์ การแปล ไว้คำต่อคำใกล้เคียงกับต้นฉบับจริงมากที่สุดสวนแห่งนี้ออกแบบในสไตล์เรอเนส ซองและที่กำหนด สร้างไว้ ณ จุดหน้าสุดของเขตพระราชฐานก็เพื่อเป็นจุดนัดพบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เฉกเช่นเดียวกับเมืองเวนิส ที่เป็นสถานที่พบปะของผู้คน และเป็นแหล่งการค้า ในบทประพันธ์ของเช็กสเปียร์

5.สวนศกุนตลา
ลานกว้างที่ใช้ต้นเข็มนานาพันธุ์ทำเป็นกำแพงล้อมรอบสวน พื้นที่ภายในสวนแห่งนี้ใช้เป็นเหมือนเวทีจัดการแสดง อาทิ การแสดงโขน การแสดงละครในฤดูหนาว รวมถึงการจัดเลี้ยงรับรองต่างๆ จากสวนศกุนตลาพื้นอิฐหกเหลี่ยม สีแดงอ่อนตัดกับสนามหญ้าสีเขียว ทอดยาวพาเราไปด้านหน้าทางขึ้นพระราชวังที่รายล้อม ด้วยความร่มรื่นของ ไม้ยืนต้นนานาพันธุ์ และพุ่มไม้ดอกที่แข่งกันชูช่อประชันสี ราวกับภาพเขียนสีน้ำมันที่จิตรกรเอกบรรจงวาดอย่าง ไว้ อย่างสุดฝีมือ
6.สวนมัทนะพาธา
รอบด้วยระเบียงทั้งสามด้าน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชนิพนธ์เรื่องมัทนะพาธา หรือตำนานดอกกุหลาบ อันเป็นบทละครพูดคำฉันท์ที่มีการใช้สัมผัสและฉันทลักษณ์ได้ถูกต้องและมีความไพเราะยิ่ง และได้รับการยกย่อง ว่าเป็นยอดบทละครพูดคำฉันท์ "สวนมัทนะพาธา ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามด้วยแนวไม้พุ่มลายอ่อนช้อย โดยเลือกใช้ต้นข่อย ซึ่งมีพุ่มหนาแน่น ทนต่อแดด และไอทะเลได้ดีนั่นเอง

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน
- วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 08.00 - 16.00 น.
- วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น.
- ค่าเข้าชม ชาวไทยและชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท รับผู้เข้าชมเป็นหมู่คณะต้องทำหนังสือถึง
ผู้กำกับการกองบังคับการฝึกพิเศษ ค่ายพระรามหก อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3250 8039
การเิดินทางไปพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
1.รถยนต์ส่วนตัว
จาก อ.ชะอำ ใช้ ถ.เพชรเกษม ผ่านสี่แยกชะอำ โรงแรมรีเจนท์ชะอำ จนถึงหลัก กม.216 ซ้ายมือจะเป็นประตูทางเข้า ค่ายพระรามหก เข้าไปประมาณ 3 กม. มีป้ายบอกเป็นระยะ พระราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ริมทะเล
2.รถโดยสารสาธารณะ
ขึ้นรถสายเพชรบุรี - หัวหิน หรืออาจนั่งรถตู้หน้าเซ็นจูรี่สายหัวหิน ลงตรงหาดชะอำแล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาส่งเที่ยวเดียว ราคาประมาณ 60 บาท (ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)
บทความและเรื่องราวท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง
"พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" พระราชวังแห่งความรักและความหวัง
เปิดมุมมองใหม่ ในจังหวัดเพชรบุรี
http://www.paiduaykan.com/76_province/central/phetchaburi/marukathaywan.html

บทความที่ 13 เกาะเสม็ด


เกาะเสม็ด
เกาะเสม็ด เที่ยวเกาะเสม็ด ที่พักเกาะเสม็ด

เกาะเสม็ด ห่างจากฝั่งบ้านเพ ประมาณ 6 กม. ใช้เวลานั่งเรือไปยังเกาะเสม็ดประมาณ 30 นาทีถึง ท่าเรือหน้าด่าน บนเกาะเสม็ด จากนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางโดยรถสองแถว หรือ เช่ามอเตอร์ไซค์ ไปแต่หาด เช่นอ่าวน้อยหน่าอ่าวลูกโยนหาดทรายแก้วอ่าวไผ่ อ่าวทับทิม อ่าวช่อ อ่าวตะวันอ่าววงเดือนอ่าวเทียนอ่าวหวายอ่าวกิ่วอ่าวกะรังซึ่งอยู่ปลายสุด และที่พลาดไม่ได้กับอ่าวพร้าว เป็นเพียงอ่าวเดียวที่อยู่ตะวันตกของเกาะเสม็ด สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้ที่ อ่าวพร้าวแห่งนี้.

การเดินทางไปเกาะเสม็ดนั้น ไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อน นักท่องเที่ยวควรสำรองที่พักไว้ล่วงหน้า มิฉะนั้นคงเสียเวลากะเตงกระเป๋าไปหาห้องพักเหนื่อยแน่ แต่ละหาดอยู่ห่างไกลกันมากทีเดียว

ผมทำลิงค์ไว้เฉพาะสำหรับเรื่องราวต่างๆ บนเกาะเสม็ด ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ใน comments หรือ review ด้านล่างในแต่ละ page ข้างล่างนี้

ที่พักเกาะเสม็ด
เที่ยวเกาะเสม็ด
การเดินทางไปเกาะเสม็ด
แผนที่เกาะเสม็ด
ข้อมูลหาดต่างๆ พร้อมที่พักบนหาด 

อ่าวน้อยหน่า
อ่าววงเดือน
หาดทรายแก้ว
อ่าวพร้าว
อ่าวช่อ
อ่าวปะการัง
อ่าวกิ่ว
อ่าวหวาย
อ่าวไผ่
อ่าวนวล
อ่าวลุงดำ
อ่าวลูกโยน
อ่าวแสงเทียน
อ่าวทับทิม
http://www.xn--12c2bxb9a3al0hd9d.com/

บทความที่ 12 ไปเที่ยวกับพี่เบิร์ด ธงไชย

บทความที่ 11 เกาะสีชัง



เกาะสีชัง
เกาะสีชัง สถานต่างอากาศที่มีชื่อเสียง;เกาะสีชังเป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงามแตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่สงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ ท่องเที่ยวอันงดงาม เกาะสีชังเป็นท้องที่ที่มีความสำคัญทาประวัติศาสตร์เพราะเป็นสถานที่ประทับ ของพระเจ้า แผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีหลักฐานปรากฏจากพระนามาภิไธยหลาย แห่ง และ รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นสถานที่ประทับใน ฤดูร้อน และพระราช ทานนามว่า พระจุฑาธุชราชฐาน ตามพระนามพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะสีชังแห่งนี้ เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร ประกอบ ด้วย เกาะสีชัง และเกาะบริวารน้อยใหญ่อีก 8 เกาะ คือ เกาะยายท้าว เกาะค้างคาว เกาะท้ายตาหมื่น เกาะปรง เกาะขามใหญ่ เกาะขามน้อย เกาะสัมปันยื้อ และเกาะร้านดอกไม้  เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็น เกาะที่น่า ท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้

สถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
1.พระจุฑาธุชราชฐาน
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสีชัง ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นท่ีี่ประทับในฤดูร้อน มีสิ่งก่อสร้างตั้งอยู่ตามชั้นเนินเขาที่สูงต่ำลดหลั่นกันอย่างงดงามประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง มีสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ ถ้ำและหน้าผา ภายในบริเวณมีสภาพ ภูมิทัศน์ที่งดงามตกแต่งตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างดังต่อไปนี้
- เรือนเขียว
ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเสด็จมายังเกาะสีชังเป็นประจำโดยเรือกลไฟ และประทับแรมบนเรือ พระที่นั่งโดย มิได้สร้าง สร้างพลับพลาที่ประทับ แต่ในเวลานั้นก็มีเรือนไม้พักผ่อนริมทะเล ปลูกสร้างอยู่แล้วหลังหนึ่ง คือ "เรือนเขียว" ปัจจุบันยังอยู่และมีสภาพที่เรียบร้อยสมบูรณ์

- เรือนผ่องศรี
จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติและประวัติบุคคลผู้ที่มีบทบาทสำคัญกับเกาะสีชังในอดีต
- พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
พระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ พระที่นั่งองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงโปรดเกล้าวาง ศิลาฤกษ์ ใน ปี พ.ศ.2435 แต่ขณะที่กำลังก่อสร้างพระที่นั่งองค์นี้ ได้เกิดเหตุความไม่สงบ ร.ศ.112 ขึ้น ต่อมา พระองค์ท่านได้มีพระ ์พระราชองค์การรับสั่งให้รื้อพระที่นั่งองค์นี้ แล้วมาสร้างในพระราชวังสวนดุสิต กรุงเทพ มหานคร และพระราชทานนาม ใหม่ว่า พระที่นั่งวิมานเมฆ ซึ่งองค์พระที่นั่งเป็นเรือนไม้สักทองที่ใหญ่ที่สุดในโลก การก่อสร้างนั้นไม่ได้ใช้ตะปูเข้าเรือน เรือนเลยสักตัว เป็นการสร้างเรือนไม้ด้วยช่างไม้หลวงฝีมือชั้นครู ภายใน พระจุฑาธุชราชสถานปัจจุบันเหลือเพียงฐาน ของอาคารซึ่งเป็นคานคอดินที่เหลือให้พวกเรา ได้จินตนาการว่า องค์พระที่นั่งวิมานเมฆได้เคยก่อสร้างเป็นอาคารริมทะเลที่สวยงามอย่างมาก
- เรือนวัฒนา
จัดแสดงนิทรรศการที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญในเกาะสีชังในสมัยรัชกาลที่ 5
- สะพานอัษฎางค์
อยู่ในบริเวณพระตำหนัก เป็นสะพานที่รัชกาลที่ 5 ท่านทรงใช้เป็นท่าขื้นเทียบเรือหลังจากที่เสด็จประพาสฝรั่งเศส ที่เห็นนี่คือบูรณะใหม่ทั้งหมดแล้ว แต่ว่ายังคงรูปแบบสภาพเดิมทั้งหมด

- อัษฎางค์ประภาคาร
อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีศิลาอยู่ใต้น้ำอยู่ตรงปากช่องทางเรือ ทั้งนี้เพื่อเป็นที่ สังเกต แก่เรือที่จะเดินเข้าออก
- พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร
เป็นพระอุโบสถที่อยู่ในเขตพระราชวัง มีลักษณะแตกต่างจากที่อื่น คือ พระอุโบสถอยู่ใต้เจดีย์ทรงกลมแบบ ลังกาตัวพระ อุโบสถสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิค บริเวณพระเจดีย์อุโบสถยังมีต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งนำหน่อ มาจากพุทธคยา ประเทศอินเดียปลูกไว้ด้วย พระเจดีย์อุโบสถนี้ที่ตั้งอยู่บนเขา ณ ตำแหน่งที่สูงมองเห็นได้ชัด และจากองค์พระเจดีย์ สามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณพระราชฐานโดยรอบ รวมถึงภูมิทัศน์ทางทะเลที่สวย

2. ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็น ทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน

3. มณฑปรอยพระพุทธบาท
อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็น จุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ
4.ช่องเขาขาด
ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์สามารถ ชม พระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็น ที่ตั้ง พลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

5.แหลมมหาวชิราวุธ
แหลมมหาวชิราวุธ คล้ายกับแหลมพรมเทพ แต่เล็กกว่าเป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของเกาะสีชัง มีสะพาน ที่ทอดยาวยื่นออกไปยังแหลม นักท่องเที่ยวนิยมไปตกปลาที่นั่นกันมากเพราะเป็นโขดหินมากมายเป็นแหล่งที่อยู่ อาศัยของฝูงปลาหลายชนิด และสวยงามเป็นอย่างมาก แหลมสลิดยังเ็ป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็นอีก ด้วยในฤดูหนาวพระอาทิตย์ตกน้ำจะมีดวงใหญ่โตเป็นพิเศษ

6.หาดถ้ำเขาพัง
ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่ การเล่นน้ำการเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร จะสะดวก มาก หากจะเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 150-250 บาท ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและระยะทาง

7.แหลมจักรพงษ์
เป็นแหลมที่สวยงามอีกแห่ง เลยหาดถ้ำพัง ไปทางทิศตะวันตก ใช้เส้นทางเดียวกันกับเส้นทางไปหาดถ้ำพัง บริเวณริมฝั่ง ทะเลจะเป็นโขดหินขนาดใหญ่ สวยงาม เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกน้ำที่สวยงามและมีจุดพักของ นักท่องเที่ยวปลูก เป็นกระโจมเล็กๆกลมกลืนกับบรรยากาศ ได้อย่างสวยงสมและลงตัวลงตัว
ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก
คุณเอ http://phitchaphat.multiply.com
คุณน้ำพี้ http://nampee.multiply.com
คุณลูมิซิโอะ http://lumixio.multiply.com
การเดินทางไปเกาะสีชัง
1. รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายบางนา - ตราด มุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี จากตัวเมืองชลบุรี มุ่งหน้าสู่บางแสน (หลักกิโล เมตรที่ 104 ท่านจะถึงแยกขวามือเข้า หาดบางแสน ) จากทางเข้าหาดบางแสน ขับตรงไปประมาณ 13 กิโลเมตร จะถึง ห้าง โรบินสันศรีราชา ซึ่งอยู่ทางขวามือของท่าน ( ตรงห้างโรบินสัน คือ หลักกิโลเมตรที่ 117 ) จากนั้นให้ เลี้ยวขวาตรง ห้างโรบินสัน จากนั้นขับตรงไปยังท่าเรือเกาะลอย ประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึง ท่าเรือเกาะลอย
**หากท่านต้องการค้างคืนสามารถจอดรถไว้ืที่ฝั่งเกาะลอยๆได้**
2. รถโดยสารสาธารณะ
สามารถขึ้นรถได้ 2 แห่ง คือ
- สถานนีเอกมัย นั่งรถกรุงเทพ - สัตหีบ หรือกรุงเทพ - ศรีราชา หรือ กรุงเทพ - พัทยา แล้วไปลงที่ หน้าห้าง โรบินสัน ศรีราชา จากนั้นเดินข้ามฝั่งไปยังห้างโรบินสัน แล้วนั่งมอเตอร์ไซต์รับจ้างหรือสามล้อเครื่องไป ยังท่าเรือเกาะลอย ( ค่าโดยสาร 40 บาท )
- สถานีหมอชิตรถออกทุกครึ่งชัวโมง ตั้งแต่เวลา 05.00-20.00 น. ยกเว้นวันจันทร์ที่มีรถออกตั้งแต่ 04.30 น.
จากศรีราชา(ท่าเรือเกาะลอย) ไปยังเกาะสีชัง(ท่าเรือเทววงศ์)
มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือเกาะลอยทุกวันตั้งแต่ 6.00 -20.00 น. ออกทุกชั่วโมง ใช้เวลาเดินทางประมาณ
15 นาทีจากเกาะสีชังมายังท่าเรือเกาะลอย ศรีราชาก็เช่นกัน แต่ในวันเสาร์อาทิตย์จะเพิ่มรอบเรือเวลา 7.00 น. ด้วย ค่าโดยสาร 40 บาท
**รายละเอียดสอบถามได้ที่เรือสีชังพาเลซ โทร. 038 216 276-82 หรือ เรือแสงประทีปบริการ
โทร. 038 313 687
การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างไกลกันพอสมควร นักท่องเที่ยวจึงนิยมเช่ามอเตอร์ืไซต์หรือสามล้อ เครื่อง สกายแลป (นั่งได้ 3- 4คน) ค่ารถมอเตอร์ไซต์วันละ 250 บาท, ค่ารถสกายแลป 150-250 บาท แล้วแต่การ แวะชม สถานที่ท่องเที่ยวจุดใดบ้างซึ่งท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ ของเทศบาล ตำบลเกาะสีชัง เทศบาลตำบลเกาะสีชัง 038 216 141
http://www.paiduaykan.com/76_province/east/chonburi/sichang.html

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก
- http://www.si-chang.com
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

บทความที่ 10 ไปเที่ยวกันไหม

บทความที่ 9 เที่ยวละไม

บทความที่ 8 น้ำตกเอราวัณ


สัมผัสสายน้ำสีมรกตที่เอราวัณ


น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่น่าสนใจใกล้เมืองกรุงฯ มาก แต่กลายเป็นสิ่งที่เราผ่านเลยไป ทั้งที่เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามถึง 7 ชั้น ซึ่งมีลักษณะเป็นชั้นน้ำตกหินปูน มีแอ่งน้ำเป็นสีเขียว มองเห็นหมู่ปลาแหวกว่าอยู่เป็นฝูง
เนื่องจากว่าน้ำตกเอราวัณเป็นน้ำตกที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก การเดินทางก็สะดวกสบาย จากตัวเมืองเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร
ชั้นที่1                                         ชั้นที่ 2
น้ำตกสะด่องม่องลาย ตามชื่อลำห้วยม่องล่ายซึ่งเป็นต้นน้ำจากยอดเขาตาม่องล่ายในเทือกเขาสลอบ ซึ่งเป็นผืนป่าที่ยังคงสภาพป่าที่สมบูรณ์มาก ยังเป็นแหล่งอาศัยของช้างป่าจำนวนมาก ผืนป่าน้ำตกเอราวัณจึงจัดว่ามีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์ป่า และตลอดจนชุมชนที่อยู่รายรอบป่า
                                ฝูงปลาหน้าชั้นน้ำตกเอราวัณ      ศิลปะรากไม้หน้าน้ำตก
เมื่อเราเช้าไปยังพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ จะพบลานจอดรถกว้างใหญ่ มีร้านค้ามากมาย ถัดไปด้านในจะเป็นส่วนสำนักงานอุทยานฯ มีรถไฟฟ้าสำหรับบริการนักท่องเที่ยวผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สะดวกต่อการเดินเท้าเข้าไปยังน้ำตกชั้นแรก

                                     น้ำตกเอราวันชั้น 2                         แอ่งน้ำหน้าน้ำตกชั้น 2

เมื่อถึงน้ำตกชั้นแรกเราจะสัมผัสกับสายน้ำท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีฝูงลิงป่าที่คอยมาขอแบ่งอาหารจากนักท่องเที่ยว เมื่อเดินขึ้นไปอีกนิด จะพบชั้นน้ำตกชั้น 2 ที่มีความสวยงาม เป็นแอ่งน้ำสีเขียว พบว่าชั้นนี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเล่นน้ำกันมาก
ถัดขึ้นไปยังก็เป็นชั้นที่ 3 เป็นชั้นน้ำตกที่สวยไม่แพ้กัน หรือจะเป็นชั้นที่ 4 ต่างก็แอ่งน้ำสีเขียวมรกต น่าชวนชมยิ่งนัก
น้ำตกเอราวัณชันที่ 4
เมื่อเราเดินขึ้นไปตามเส้นทางเดินเท้า ก็จะพบชั้นน้ำตกชั้นถัดขึ้นไป โดยรูปฟอร์มน้ำตกนั้นสวยงามมาก ถ้าเป็นช่วงมีปริมาณน้ำเต็มแผ่นผาก็จะงดงามยิ่งนัก ดดยในช่วงชั้นที่ และชั้นที่ จะพบแนวชั้นน้ำตกลดหลั่นอย่างงดงาม
ส่วนชั้นที่ จะเป็นชั้นสุดท้ายที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นน้ำในแอ่งน้ำสีเขียว โดยจะมีสายน้ำตกไหลจากหน้าผาสูงลงมาตามแผ่นผาหินปูน ก่อนจะลงสู่แอ่งน้ำและไหลลดหลั่นไปยังชั้นล่างๆ ต่อไป
องค์ประกอบธรรมชาติของน้ำตกเอราวัณ          แองน้ำสีฟ้าชั้นที่  7
        น้ำตกเอราวัณ จัดว่าเป็นน้ำตกยอดนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เราจะเห็นฝรั่งหญิงชายมากมายมาเล่นน้ำตกตามชั้นต่างๆ นอกจากนี้ในพื้นที่อุทยานฯ น้ำตกเอราวัณยังมีถ้ำพระธาตุ อันมีความสวยงามอีก น่าต้องเดินทางจากอุทยานฯ ไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร

       สำหรับวันพักผ่อนสุดสัปดาห์ที่เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวแบบประหยัดสามารถไปเช้า-กลับเย็นได้ ไม่ต้องไปพักค้างแรมให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย หรือใครต้องการสัมผัสบรรยากาศธรรชาติป่าเขาก็สามารถเลือกหาที่พักทั้งในอุทยานฯ และรีสอร์ทที่อยู่ใกล้เคียง

แนวชั้นน้ำตกเอราวัณที่มีแหล่งน้ำใส       แอ่งน้ำชั้นที่ี7
สถานที่ติดต่อ

                อุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทรศัพท์ 0 3457 4222, 0 3457 4234    
การเดินทาง    

 - รถยนต์ส่วนบุคคล ไปตามถนนเพชรเกษมหรือไปตามถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี รวมระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปยังอุทยานแห่งชาติเอราวัณสามารถใช้ได้ 2 เส้นทาง คือ

สายที่ 1 เริ่มต้นจากจังหวัดกาญจนบุรีไปตามทางหลวงจังหวัดหมายเลข 3199 ถึงเขตของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยเขื่อนศรีนครินทร์ ข้ามสะพานไปยังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ แล้วจึงเลยเข้าไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 70 กิโลเมตร

สายที่ 2 เดินทางจากอุทยานแห่งชาติไทรโยค จะมีเส้นทางบริเวณบ้านวังใหญ่อยู่ห่างจากน้ำตกไทรโยคน้อยประมาณ 6 กิโลเมตร ลัดออกไปบ้านโป่งปัดบริเวณเขื่อนท่าทุ่งนาระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนนหมายเลข 3199 อีกประมาณ 25 กิโลเมตรถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
น้ำตกเอราวัณ เป็นน้ำตกที่ใหญ่และสวยงาม บนฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ น้ำตกเอราวัณมีความยาว 2,000 เมตร ทั้งหมด 7 ชั้น อยู่ห่างจากตัวเมือง 65 กิโลเมตร ขึ้นไปบนเส้นทางสายกาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ (ทางหลวงหมายเลข 3199) เมื่อถึงกิโลเมตรที่ 56 แยกซ้ายข้ามสะพานเข้าตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงลานจอดรถแล้วเดินต่อไปอีก 500 เมตร จะถึงน้ำตก สำหรับการเดินทางโดยรถประจำทาง มีรถออกจากสถานีขนส่งใกล้ที่ทำการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มายังตลาดเขื่อนศรีนครินทร์ทุกวัน ที่บริเวณน้ำตกเอราวัณมีบ้านพักของกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 579-0529, 579-4842 
http://www.moohin.com/021/021g010.shtml



บทความที่ 7 ปีใหม่ไทย


ประเพณีและกิจกรรมวันสงกรานต์ในแต่ละภาค




    ช่วงวันที่ 13-15 เมษายน เป็นช่วงเวลาที่ชาวไทย และชาวต่างชาติ ต่างหลั่งไหลเข้าไปในตัวเมืองของแต่ละจังหวัด เพื่อร่วมสนุกในเทศกาลปีใหม่ไทย หรือ วันสงกรานต์ แต่นอกจากกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานแล้ว ชาวไทยส่วนใหญ่ยังคงยึดถือและปฏิบัติตามเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมา ทว่า ในแต่ละภาคจะมีความเชื่อ และรูปแบบของประเพณีที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมก็ ได้รวมประเพณีช่วงวันสงกรานต์ของแต่ละภาคมาฝากค่ะ


         เริ่มต้นด้วยกิจกรรมวันสงกรานต์ล้านนาในภาคเหนือ ที่เรียกว่า "ประเพณีปี๋ใหม่เมือง" กันเลยจ้า  ในวันที่ 13 เมษายน  "วันสังขานต์ล่อง" วันนี้ถือเป็นวันสิ้นสุดศักราชเก่าของชาวภาคเหนือ ซึ่งจะมีการจุดประทัดในช่วงเช้า เพราะมีความเชื่อแต่โบราณว่า เป็นการขับไล่สิ่งเลวร้ายในปีก่อนให้พ้นไป และในช่วงเย็นจะมีงานบุญขนาดใหญ่ นั่นคือการแห่พระพุทธรูปสำคัญประจำเมืองด้วย ในช่วงนี้จะมีทั้งชาวไทย ชาวต่างชาติ มารวมตัวกันอย่างหนาแน่น แต่ก็ได้ทั้งบุญและความสนุกสนานกันเลยทีเดียว จากนั้นในวันที่  14 เมษายน  ที่เรียกกันว่า "วันเนา"  หรือ "วันเน่า" จะเป็นวันที่ห้ามด่าทอ ว่าร้ายผู้อื่น ไม่เช่นนั้นจะทำให้โชคร้ายไปตลอดทั้งปี ส่วนในวันที่ 15 เมษายน "วันพญาวัน" หรือ "วันเถลิงศก" เป็นวันที่ชาวบ้านตื่นตั้งแต่ไก่โห่เพื่อไปทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม จากนั้นจะมีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ในช่วงบ่าย พอถึงวันที่วันที่ 16 เมษายน "วันปากปี"  ทุกคนก็จะพากันไปรดน้ำเจ้าอาวาสตามวัดต่าง ๆ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอขมา โดยในวันที่  17 เมษายน  "วันปากเดือน"  ซึ่งเป็นวันสุดท้ายขอองเทศกาลสงกรานต์ ชาวบ้านจะทำการปัดตัว เพื่อส่งเคราะห์ต่าง ๆ ออกไป เพื่อเป็นการปิดฉากประเพณีสงกรานต์ล้านนา


          ต่อมา เรามาดูภาคอีสาน ที่เรียกประเพณีสงกรานต์ว่า "บุญเดือนห้า"  หรือ "ตรุษสงกรานต์"  กันบ้างดีกว่า ประเพณีพื้นบ้านของภาคอีสานจะค่อนข้างเรียบง่าย ส่วนใหญ่เน้นการอยู่กับครอบครัว แต่จะมีกิจกรรมตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่นกัน โดยชาวอีสานจะถือฤกษ์ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 เวลาบ่าย 3 โมง เป็นเวลาเริ่มงาน จะมีพระสงฆ์ตีกลองโฮมเพื่อเป็นการเปิดศักราชเข้าสู่ปีใหม่ จากนั้นญาติโยมทั้งหลายจะไปรวมตัวกันที่ศาลาวัดต่าง ๆ เพื่อสรงน้ำพระพุทธรูป แล้วต่อด้วยการรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ เพื่อขอขมา จากนั้นก็จะเป็นการเล่นสาดน้ำและก่อกองทรายภายในวัด หากใครต้องการทำบุญปล่อยนก ปล่อยปลา หรือปล่อยสัตว์อื่น ๆ ก็ทำได้เช่นกันค่ะ


          ส่วนประเพณีสงกรานต์ในภาคใต้ ความเป็นมาจะค่อนข้างยาวสักเล็กน้อย เพราะทางภาคใต้จะมีความเชื่อที่แตกต่างจากภาคอื่น ๆ นั่นคือ ความเชื่อแบบดั้งเดิมที่ว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นช่วงเวลาแห่งการผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงชะตาบ้านเมือง พวกเขาจึงถือเอาวันที่ 13 เมษายน ซึ่งเป็นวันแรกของเทศกาลสงกรานต์เป็น "วันส่งเจ้าเมืองเก่า" โดยจะมีการทำพิธีลอยเคราะห์ลงในแม่น้ำ และอธิษฐานขอให้ประสบโชคดีตลอดปีใหม่ จากนั้นในวันที่ 14 เมษายน หรือ "วันว่าง" ที่มีความเชื่อว่า ในวันนี้ยังไม่มีเทวดาคนใหม่มาคุ้มครองดูแลเมือง ดังนั้นเพื่อป้องกันปัญหาในการดำเนินธุรกิจ ชาวนครจะหยุดกิจการต่าง ๆ  แล้วหันหน้าไปทำบุญตักบาตรที่วัด สรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำผู้อาวุโสแทน ต่อมา ในวันที่ 15 เมษายน ที่เรียกว่า "วันรับเจ้าเมืองใหม่"  ในวันนี้ บนสวรรค์จะมีเทวดาที่เป็นเจ้าเมืองใหม่ลงประจำการ ดังนั้นชาวเมืองจึงต้องต้อนรับเทวดาเจ้าเมืองคนใหม่ด้วยการแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ เพื่อนำอาหารไปถวายพระที่วัด จากนั้นอาจจะไปรดน้ำผู้อาวุโสท่านที่ยังไม่ได้ไปรดน้ำใน "วันว่าง" เพื่อเป็นการปิดท้ายประเพณีสงกรานต์ของชาวภาคใต้


          และสุดท้ายคือก็มาถึงประเพณีวันสงกรานต์ในภาคกลางกันบ้าง  วันสงกรานต์ หรือ วันปีใหม่ไทย ของภาคกลาง จะเริ่มขึ้นในวันที่ 13 เมษายน เรามักเรียกวันนี้ว่า "วันมหาสงกรานต์" ส่วนวันที่ 14 เรียกเป็น "วันกลาง" หรือ "วันเนา" และในวันที่ 15 ถือเป็นวัน "วันเถลิงศก"  โดยทั้ง 3 วันนี้ ชาวภาคกลางส่วนใหญ่จะประกอบพิธีทางศาสนา มีการทำบุญตักบาตร ปล่อยนก ปล่อยปลา กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ล่วงลับ มีการสรงน้ำพระ มีการก่อพระเจดีย์ทรายภายในวัด มีการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ และในบางจังหวัดจะมีพิธีแห่นางแมวด้วย นอกจากนี้ยังมีการการทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ เพื่อให้สิ่งสกปรกหมดไปพร้อมกับปีเก่า เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ไทย ด้วยความบริสุทธิ์ผุดผ่องนั่นเอง

สงกรานต์ตามประเพณีที่แตกต่าง

           สงกรานต์ผูกสายสิญจน์เชื่อมโยงพระธาตุสองแผ่นดิน หรือสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์ บุญปีใหม่ไทย-ลาว ณ อ.เมือง และ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ในงานจะมีการฮดสรง หรือสรงน้ำพระธาตุประจำวันเกิดทั้ง 7 แห่ง ที่มีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
           สงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ หรือประเพณีสงกรานต์อุ้มสาวลงน้ำ ณ เกาะสีชัง และเกาะขามใหญ่ จ.ชลบุรี ภายในงานมีกิจกรรมเช่น พิธีทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ พิธีกองข้าวบวงสรวง รดน้ำดำหัว การก่อพระเจดีย์ทราย การละเล่นพื้นบ้าน แข่งขันเรือกระทะ เรือชักกะเย่อ มวยตับจาก ปาลูกดอก แข่งขันตะกร้อลอดบ่วง การแสดงดนตรี และประเพณีอุ้มสาวลงน้ำ
           สงกรานต์นางดาน หรือเทศกาลมหาสงกรานต์เมืองนครศรีธรรมราช จัดขึ้น ณ สวนศรีธรรมาโศกราช สนามหน้าเมือง หอพระอิศวร สำหรับกิจกรรมภายในเทศกาลสงกรานต์เมืองนครนี้ จะมีมหกรรมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง กิจกรรมนั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องลิกอร์ นั่งสามล้มโบราณชมเมืองเก่า พิธีพุทธาภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 6 แหล่ง จตุคามรุ่นสรงน้ำ 50 เป็นต้น

กิจกรรมช่วงสงกรานต์ในแต่ละภาค


 ภาคเหนือ



           12-14 เมษายน 2555 บริเวณทั่วเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ จะมีการจัดขบวนแห่และสรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ขี่รถถีบกาลางจ้อง รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ขนทรายเข้าวัด การแสดงพื้นเมือง การสาธิตศิลปะพื้นบ้าน การเล่นน้ำสงกรานต์ ปีใหม่เมืองรอบคูเมือง ถนนวัฒนธรรมคนเมืองอาหารนานาชาติ
ภาคกลาง

           11-15 เมษายน 2555  เทศกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ กรุงเทพมหานคร จำลองสงกรานต์ 4 ภาค (ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้) กิจกรรมสรงน้ำพระ การสาธิตการทำอาหารพื้นบ้าน การแสดงทางวัฒนธรรม กิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ประจำรัชกาลและพระอารามหลวง กิจกรรมสงกรานต์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ (ชุมชนบางลำพู ถนนข้าวสาร ถนนพระอาทิตย์ สวนสันติชัยปราการวิสุทธิ์กษัตริย์)
          13-15 เมษายน 2555 ประเพณีสงกรานต์กรุงเก่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กิจกรรมทำบุญใส่บาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 999 รูป ที่บริเวณหน้าวิหารพระมงคลบพิตร
           13-16 เมษายน 2555 ประเพณีมหาสงกรานต์สุพรรณบุรี ประจำปี มีขบวนอัญเชิญหลวงพ่อโตทองคำ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในจังหวัดสุพรรณบุรี การจัดประกวดรถบุปผชาติ และนางสงกรานต์ ขบวนแห่เทพีสงกรานต์ 10 อำเภอ ขบวนรถบุปผชาติจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ตลอดจนการเล่นน้ำสงกรานต์กับศิลปินชาวสุพรรณบุรี การแสดงการละเล่นพื้นบ้าน ได้แก่ เพลงอีแซว และลำตัด การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน ได้แก่ ไทยทรงดำ ไทยพวน ลาวซี ลาวครั่งฯ การประกวดเทพีสงกรานต์ การแสดงของวิทยาลัยนาฏศิลปสุพรรณบุรี การจำหน่ายอาหารไทยโบราณ ฯลฯ
          22-24 เมษายน 2555 งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ขบวนแห่หงส์ธงตะขาบ ขบวนนางสงกรานต์ ขบวนรถบุปผชาติ การละเล่นสะบ้าของชาวไทยรามัญ การละเล่นพื้นบ้าน ประกวดหนุ่มลอยชาย การเล่นน้ำสงกรานต์แบบชาวไทยรามัญ

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ                            

           11-15 เมษายน 2555 2555 ประเพณีสงกรานต์นครพนม รื่นรมย์บุญปีใหม่ ไทย-ลาว ประจำปี 2555

           กิจกรรมช่วงสงกรานต์ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม
           จะมีกิจกรรมตลาดโบราณ "ตลาดเก่าท่าน้ำเมืองนคร" ณ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง เขตเทสบาลเมืองนครพนม ที่สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนริมฝั่งแม่น้ำโขงในอดีต ซึ่งจำลองการซื้อขาย - การแสดงวัฒนธรรม การละเล่นต่าง ๆ เล่นน้ำสงกรานต์บนถนนข้าวปุ้น ชมการแข่งขัน กีฬาพื้นบ้าน สะบ้าทอยขบวนแห่เทศกาลสงกรานต์  พิธีฮดสรง (สรงน้ำ) พระธาตุประจำวันเกิด การประกวดนางสงกรานต์  พิธีทอดผ้าป่ามหากุศล พระธาตุสองแผ่นดิน(พระธาตุพนม-พระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว)
           กิจกรรมช่วงสงกรานต์ในเขตเทศบาลตำบลเรณูนคร 

          ชมการละเล่นพื้นบ้านชาวผู้ไท อาหารพื้นเมือง พิธีกรรม ความเชื่อ และการจำลองวิถีชีวิตของชาวผู้ไท และกิจกรรมวันผู้ไทโลก กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรม ชมการฟ้อนภูไท การสาธิตแสดงการละเล่น และวิถีชีวิตของชนเผ่าภูไทในอำเภอเรณูนคร  ชมขบวนแห่นางสงกรานต์ และการประกวดสาวงามเรณูนคร ณ บริเวณถนนวัฒนธรรม เทศบาลตำบลเรณูนคร
           11-15 เมษายน 2555 ประเพณีสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูน – เสียงแคนและถนนข้าวเหนียว ณ เวทีสวน 200 ปี มีการแข่งขันจักรยาน MTB , การแข่งขันวอลเลย์บอล, การแข่งขันเปตองชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ , การประกวดหมากหุ่งตำลำซิ่ง, การจำหน่ายสินค้า OTOP
           11-18 เมษายน 2555 เปิดรำวงย้อนยุค  ณ ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ศรีจันทร์ (ใกล้ศาลหลักเมือง)  
           13-14 เมษายน 2555 ณ บริเวณถนนศรีจันทร์ (ถนนข้าวเหนียว)  มีพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณลานน้ำพุ บึงแก่นนคร  ขบวนแห่เกวียนบุปผชาติและขบวนแห่สงกรานต์ การเล่น Human Wave คลื่นมนุษย์บันทึกสถิติโลก กิจกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับงานสงกรานต์ในจังหวัดขอนแก่น และวันข้าวเหนียวครอบครัวเดียวกัน วันที่ ณ บริเวณถนนข้าวเหนียว (ถนนศรีจันทร์)
           12-15 เมษายน 2555 งานมหาสงกรานต์อีสาน หนองคาย ประจำปี ทำบุญตักบาตร อัญเชิญหลวงพ่อพระใสสรงน้ำปิดทอง เปิดการแสดงมหรสพ  ขบวนบุปผชาติของส่วนราชการแห่รอบเมือง ประกวดเทพีสงกรานต์ ประกอบพิธีเวียนเทียนสมโภชน์หลวงพ่อพระใส

 ภาคตะวันออก


          ประเพณีสงกรานต์เกาะสีชัง

           13-19 เมษายน 2555 ทำบุญตักบาตร ก่อเจดีย์ทราย กีฬาพื้นบ้าน สรงน้ำพระ แห่หลวงปู่พระครูสุทธิรัตน์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ แข่งเรือพายเรือคายัค และอุ้มสาวลงน้ำ
           16-17 เมษายน 2555 ประเพณีก่อพระทรายวันไหลบางแสน ทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ ประกวดพระทราย การแข่งขันการละเล่นพื้นบ้าน เล่นน้ำสงกรานต์วันไหล
           18-20 เมษายน 2555 งานประเพณีวันไหลพัทยา-นาเกลือ ทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ การก่อเจดีย์ทราย การแสดงศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ประเพณีกองข้าว นาเกลือ การประกวดนางสงกรานต์ และเล่นน้ำสงกรานต์บรรยากาศชายทะเล
           16-18 เมษายน 2555 ประเพณีแห่พญายม-สงกรานต์บางพระ พิธีรดน้ำดำหัวผูสูงอายุ การแข่งขันกีพื้นบ้าน การแสดงแสงสีเสียง ขบวนแห่พยายม พิธีบวงสรวงพญายม
           19-21 เมษายน 2555 เมษายน 2555 ประเพณีสงกรานต์ศรีมหาราชาและประเพณีกองข้าว ประเพณีกองข้าว การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงและกีฬาพื้นบ้าน
ภาคใต้

           11-13 เมษายน 2555 งสยานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ ประจำปี  การประกวดเทพีสงกรานต์  ฟรีคอนเสิร์ต ขบวนแห่งานเทศกาลหาดใหญ่ ปาร์ตี้โฟม กิจกรรมทำบุญตักบาตร พิธีรดน้ำผู้สูงอายุ  ขบวนแห่พระพุทธสิหิงส์  รถบุษบก และรถแห่นางสงกรานต์ และการเล่นน้ำตลอดเส้นทาง
           12-13 เมษายน 2555 Songkran On The Beach จังหวัดภูเก็ต ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์รอบหาดป่าตอง การรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ การแสดงทางวัฒนธรรม และการละเล่นแบบไทย การเล่นน้ำสงกรานต์หาดป่าตอง
           11-15 เมษายน 2555 ทศกาลมหาสงกรานต์แห่นางดานเมืองนคร มหกรรมขนมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง กิจกรรมนั่งรถชมเมือง เล่าเรื่องลิกอร์ การแสดง แสง สี เสียง ชุด "ศรีธรรมาโศกราช" และพิธีแห่นางดานหนึ่งเดียวในสยาม

http://hilight.kapook.com/view/21052