วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว จังหวัดแม่ฮ่องสอน

หมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว


กะเหรี่ยงคอยาว เป็นชนกลุ่มน้อยมีถิ่นอาศัยอยู่ในประเทศพม่า เมื่อสมัยก่อนเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ระหว่างกอง กำลังกะเหรี่ยงกับรัฐบาลทหารพม่า มีผลทำให้ประชากรกะเหรี่ยงคอยาวได้รับผลกระทบจึงพากันอพยพหนีภัย สงครามเข้ามาอาศัยตามตะเข็บ แนวชายแดน และบางส่วนได้เข้ามาอาศัยในเขตประเทศไทยในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาว สามารถเที่ยวชมได้ในหลายพื้นที ถึงแม้ว่าในปัจจุบันหมู่บ้าน กะเหรียงคอยาวจะแปรสภาพไป ตามสังคมที่เปลี่ยนไป ดูเป็นในลักษณะเชิงธุรกิจมากขึ้นไม่เป็นธรรมชาติของ ชุมชนและวิถีชีวิตดั้งเดิมเหมือนแต่ก่อน แต่ถึงอย่างไร กะเหรี่ยงคอยาว ยังถือว่าเป็นไฮไลท์ของ การท่องเที่ยว แม่ฮ่องสอน ที่ยังได้รับความนิยมแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่เปลี่ยนแปลง

แม่ฮ่องสอนสามารถชมกะเหรี่ยงคอยาวได้ 3 หมู่บ้าน

1. บ้านห้วยเสือเฒ่า

เป็นหมู่บ้านกะเหรี่ยงคอยาวที่อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด รถยนต์สามารถเข้าถึงจึงมีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาเที่ยวชม กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่เป็นจำนวนมาก กะเหรี่ยงคอยาวที่นี่จะมีประมาณ 20 หลังคาเรือน อพยพลี้ภัยสงครามเข้ามา อยู่ที่แม่ฮ่องสอนนานแล้ว ดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม ภายในหมู่นักท่องเที่ยวสามารถมาชมวิถีชีวิต และถ่ายรูปกับ กะเหรี่ยงคอยาวไดหากมาในช่วงวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ยังจะได้พูดคุยและถ่ายรูปกับเด็ก ๆ ชาวกระเหรี่ยงซึ่งแต่ ละคนหน้าตาน่ารักและช่างเจรจา ซึ่งวันธรรมดาเด็ก ๆ พวกนี้จะไปโรงเรียน นอกจากนี้บ้านแต่ละ หลังจะมีการนำ ของที่ระลึกมาขายให้กับนักท่องเที่ยวเพื่อเป็นการสร้างรายได้ สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นพวกเสื้อผ้าและเครื่องประดับ เล็ก ๆ น้อยราคาไม่แพงมาก
การเดินทาง
จากตัวเมืองไปทางอำเภอขุนยวมผ่านหน้าศาลากลาง ถึงแยกไฟแดงซ้ายมือจะมีป้อมตำรวจเล็ก ๆ ตรงมุมถนน ให้เลี้ยว
บรรยากาศภายในหมู่บ้าน




2. บ้านในสอย
เป็นกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยพมาจากบ้านน้ำเพียงดิน บ้านในสอยเป็นชุมชนกะเหรี่ยงขนาดใหญ่พอๆ กับที่บ้านน้ำ เพียงดินมีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่คล้ายกัน ตั้งบ้านเรือนอยู่ในหุบเขา มีลำห้วยไหลผ่าน
การเดินทาง จากแม่ฮ่องสอนให้มุ่งหน้าไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอปางมะผ้าและอำเภอปาย ทางหลวงหมายเลข 1095พอไปถึงหลักกิโลเมตรที่ 198 -199 จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านรักไทย จากนั้นให้เลี้ยวตามป้ายไป ขับไปเรื่อย ๆ จะเจอสามแยกมีป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายไปบ้านในสอย ขับไปตามป้ายบอกทางไปเรื่อย ๆ ก็จะ ถึงหมู่บ้าน สภาพทางช่วง 2 กิโลเมตรสุดท้ายจะเป็นถนนลูกรัง ต้องข้ามลำห้วย และขึ้นเนินค่อนข้างชัน ควรใช้ บริการรถเช่าเข้าชมหมู่บ้าน หากขับรถไปเอง รถโฟร์วีลก็ไม่มีปัญหาอะไรรถมอเตอร์ไซต์เข้าถึงได




 3. บ้านน้ำเพียงดิน
เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่นักท่องเที่ยวสามารถชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงได้ บ้านน้ำเพียงดินเป็นชุมชน ดั้งเดิมของกะเหรี่ยงคอยาวที่อพยบจากฝั่งประเทศพม่าเข้ามาอยู่ในไทย ก่อนที่จะแยกไปอยู่ที่บ้านน้ำเพียงดินและ บ้านในสอย ดังนั้นที่นี่จึงเป็นชุมชนที่ค่อนข้างใหญ่และเก่าแก่ และยังคงดำรงวิถีชีวิตแบบชาวกระเหรี่ยงดั้งเดิม อยู่มาก หมู่บ้านตั้งอยู่ริมน้ำปาย การไปชมกระเหรี่ยงคอยาวที่นี่จำเป็นจะต้องล่องเรือตามแม่น้ำปายเข้าไปตลอด สองฝั่งน้ำที่ ล่องไปงดงามด้วยวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติทุ่งนาและป่าเขา เรือจะพาไปจอดเที่ยวภายในหมู่บ้าน ซึ่ง นักท่องเที่ยว สามารถเดินชมภายในหมู่บ้านได้ สามารถพูดคุยและถ่ายรูปกับกะเหรี่ยงคอยาว นอกจากนี้ภายใน หมู่บ้านยังมีของฝากของที่ระลึกจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย การล่องเรือทั้งไปและกลับใช้เวลาประมาณ
1-2 ชั่วโมง

การเดินทาง จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเลี้ยวขวาตรงโรงแรมธาราแม่ฮ่องสอนตามเส้นทางไปโป่งแดงประมาณ 14 กิโลเมตร ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำปายให้แยกซ้ายไปตามแม่น้ำจะเห็นเรือหางยาวไว้บริการไปบ้านน้ำเพียงดิน หรือจะขับรถไปสุดทางเพื่อลงเรือที่บ้านห้วยเดื่อก็ได้ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสารเหมา ลำ ประมาณ 500 บาท นั่งได้ 8 คน ติดต่อท่าเรือบ้านห้วยเดื่อ โทร. 0 5361 3160
ขอขอบคุณข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
http://www.paiduaykan.com/76_province/north/maehongson/LongNeckKaren.html

แพนเค้กพาไปดูสถานที่ท่องเที่ยว

สวนผึ้ง ราชบุรี เมืองมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา



สวนผึ้ง ราชบุรี เมืองมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขา

สวนผึ้ง ราชบุรี

ท่องเที่ยวสุขใจพบได้ที่ สวนผึ้ง จ.ราชบุรี (คู่หูเดินทาง)

          สวนผึ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของ จังหวัดราชบุรี ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ ภูเขา และน้ำตก พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูง ภูมิประเทศของสวนผึ้งนั้นขนาบด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นพรมแดนทางตะวันตกกั้นระหว่างประเทศไทยกับพม่า การเดินทางสะดวก ใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ๆ จากกรุงเทพฯ ก็ถึงแล้ว  

          สถาน ที่ท่องเที่ยวมีความหลากหลาย ทั้งจากธรรมชาติสร้างและฝีมือมนุษย์รังสรรค์ ที่สำคัญมาเที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีโดยเฉพาะหน้าหนาวอากาศจะดีมาก ๆ บ้างก็ว่าเหมือนกับอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บ้างก็ว่าเหมือนประเทศนิวซีแลนด์ ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจก็มีอยู่มากมายหลายแห่ง ดังนี้...

โป่งยุบ สวนผึ้ง ราชบุรี
โป่งยุบ

          เป็นการยุบตัวของพื้นดินที่มีลักษณะเป็นหลุม มีความลึกประมาณ 3-5 เมตร ต้องเดินด้วยความระมัดระวังเพราะบางจุดนั้นลึกมากๆ เหมือนกับเป็นเหวขนาดย่อมๆ เลยก็ว่าได้ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่หาชมได้ยาก การเกิดขึ้นของโป่งยุบ สันนิฐานว่าเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ ทำให้แผ่นดินยุบตัวลงแล้วกลายเป็นหน้าผาสูงชัน กินเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นพื้นที่ของเอกชน คิดค่าใช้จ่ายในการเข้าชมตั้งแต่ 40 – 400 บาทแล้วแต่จำนวนคนและขนาดของรถ สอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 08-1255-7500 

บ้านเทียนหอม สวนผึ้ง ราชบุรี



บ้านเทียนหอม

          เมื่อออกมาจากโป่งยุบตรงมาเรื่อย ๆ ถึงหลักกิโลเมตรที่ 33 เราก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยว ที่อบอวลไปด้วยความหอมละมุนไปทั่วสถานที่ ด้านหน้ามีร้านเสื้อเพ้นท์สดลวดลายสวยงามน่ารัก ใส่แล้วไม่ซ้ำใครแน่นอนเพราะเค้าเพ้นท์มาแบบละตัวเท่านั้น พื้นที่กว้างขว้างมีมุมน่ารัก ๆ ให้โพสต์ท่าถ่ายรูปกันอยู่หลายจุด บริเวณภายในร้านจะจุดเทียนหอมและเปิดเพลงเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศในการเดินเล่ นให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี มีการนำของสะสมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตมาจัดวาง เพื่อเพิ่มเสน่ห์ให้เราได้ย้อนนึกถึงวันวานกันอีกด้วย 

          เทียนที่นี่จะเป็นเทียนคุณภาพดีเกรดเอ เพราะเค้านำเขาวัสดุมาจากต่างประเทศ เช่น สีจากเยอรมัน น้ำหอมจากฝรั่งเศส ไส้เทียนจากไต้หวัน และพาราฟินจากประเทศจีน มีร้านอาหารและร้านกาแฟสดให้บริการ สถานที่สังเกตเห็นง่ายเพราะอยู่ติดกับถนนสายหลักอยู่ทางด้านขวามือ เปิดบริการทุกวันเวลา 7.00 - 18.00 น. 




The Scenery Resort & Farm สวนผึ้ง ราชบุรี


 ขับตรงขึ้นไปจากบ้านหอมเทียน จะเจอสามแยกให้เบี่ยงออกไปทางซ้ายแยกภูผาผึ้งรีสอร์ท ขับตรงไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร เราก็จะได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นที่ที่ทำให้คนรู้จักสวนผึ้งกันอย่างแพร่หลาย The Scenery Resort & Farm รีสอร์ทสวย ที่มีสนามหญ้าเขียวสด ลายล้อมด้วยภูเขาสลับซับซ้อนและฝูงแกะสีขาวหลายสิบตัว ที่คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างน่ารัก  

          แน่นอน! กิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การให้อาหารแกะรวมถึงการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับน้องแกะนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมีมุมสวย ๆ ที่ทางรีสอร์ทได้เซ็ทอัพขึ้นเพื่อให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน แกะที่นี่จะเป็นพันธุ์ผสมชื่อว่า พันธ์คาทาดิน ซึ่งมีความทนต่อสภาพภูมิอากาศ เสียค่าเข้าชมท่านละ 40 บาท จะได้รับหญ้าเนเปียสำหรับเลี้ยงแกะ 1 กำ แต่ถ้าหากไม่พอก็สามารถซื้อเพิ่มได้ในราคากำละ 20 บาท ด้านหน้าจะเป็นที่ตั้งของร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหาร เปิดให้บริการทุกวัน : วันจันทร์-ศุกร์ 10.00-18.00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 9.00-18.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 08-5488-9905 หรือ www.sceneryresort.com


   ธารน้ำร้อนบ่อคลึง


          ตรงขึ้นไปจากซีนเนอร์รี่ฯ เจอสามแยกให้เลี้ยวขวาแล้วขับรถตรงขึ้นไปอีก สังเกตซ้ายมือจะมีป้ายธารน้ำร้อนบ่อคลึง ลักษณะเป็นลำธารเล็ก ๆ มีน้ำไหลซึมออกมาจากตาน้ำใต้ดินไม่ขาดสาย ถ้าขึ้นไปดูที่ต้นน้ำจะพบก้อนหินใหญ่เล็กเรียงลายไปมา ดูสวยงามตามธรรมชาติ มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรี มีน้ำไหลตลอดปี อุณหภูมิของน้ำจะประมาณ 65 องศาเซลเซียส ไม่ร้อนมากพอที่จะต้มไข่สุกได้ 

          บริเวณต้นน้ำจะมีบ่อแยกเก็บน้ำไว้ให้ชาวบ้านดื่ม-กิน จากบ่อดินด้านล่างสามารถเดินไปที่ต้นธารน้ำร้อนประมาณ 150 เมตร ธารน้ำร้อนบ่อคลึงเป็นสถานที่ของเอกชน ผู้ค้นพบ คือ นายประยูร โมนยะ เปิดบริการวันจันทร์-ศุกร์ เปิดตั้งแต่เวลา 08.00–17.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00–18.00 น. ค่าผ่านประตู 5 บาทต่อท่าน  ค่าอาบน้ำแร่บ่อกลางแจ้งคนละ 20 บาท สระกระเบื้องคนละ 50 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทรศัพท์ 0-327- 1086


น้ำตกเก้าชั้น หรือ น้ำตกเก้าโจน





          อยู่ห่างจากธารน้ำร้อนบ่อคลึง 1 กิโลเมตร ตอนที่เราไปน้ำออกจะสีแดงสักหน่อย เนื่องจากมีฝนตกบนภูเขา จากลานจอดรถต้องเดินเข้าไปประมาณ 200 เมตร ระยะทางในการเดินชมน้ำตกแต่ละชั้นไม่ไกลกันมากนัก บริเวณต้นน้ำของน้ำตก ตั้งอยู่บนพื้นที่ราบสูงบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี  ซึ่งมีลักษณะป่าที่อุดมสมบูรณ์ และมีฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้มีน้ำซึมซับตลอดเวลา ก่อให้เกิดจากธารน้ำธรรมชาติ ไหลผ่านจากตอนกลางของภูเขา มายังบริเวณด้านล่าง นับรวมได้ 14 ชั้น ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร แต่สามารถเที่ยวได้เพียง 9 ชั้นเท่านั้น ในฤดูฝนจะมีน้ำมาก หินบริเวณน้ำตกชั้นต่าง ๆ เป็นหินแกรนิต ป่าส่วนใหญ่ก็เป็นป่าเบญพรรณ เช่น ยาง เต็ง แดง ประดู่ ชิงชัน รัง มะค่าโมง ฯลฯ มีจุดกางเต้นท์ให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ด้านบน

แก่งส้มแมว (สวนป่าสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์)




          เป็นลำธารไหลลัดเลาะตามโคดหินใหญ่น้อยสลับซับซ้อนกลางแม่น้ำภาชี เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ตั้งอยู่ในพื้นที่สวนป่าสิริกิติ์ สภาพโดยรอบเป็นป่าเบญจพรรณ ภายในสวนป่ามีสวนหย่อม ศูนย์จำหน่ายเครื่องเซรามิคจากคนในบริเวณหมู่บ้าน สวนป่าแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เป็นศูนย์รวมพันธุ์ไม้ นานาชนิดอันมีค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นแหล่งศึกษาทางธรรมชาติที่ดีเยี่ยม ก่อนถึงแก่งส้มแมวเราจะต้องข้ามสะพานบริเวณอ่างเก็บน้ำบ้านบ่อหวี ทางด้านซ้ายมือจะเห็นต้นไม้สูงขนาดใหญ่ยืนโชว์ราก ใบและกิ่งก้านอย่างสง่างาม

ธรรมสถาน วิโมกสิวาลัย

          อยู่ทางไปแก่งส้มแมว เริ่มก่อสร้างขึ้นเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2551 เพื่อเป็นสถานปฏิบัติธรรม เจริญวิปัสนากรรมฐานและเป็นสถานที่ปริวาสกรรม มีสมเด็จพระเจ้าจักรพรรดิ สมมุติราช มหามัยมุนี เป็นพระประธานในพระอุโบสถซึ่งมีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง บริเวณภายในมีความสงบและร่มรื่นเหมาะแก่การปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก ระหว่างทางเดินไปสักการะองค์หลวงพ่อ เราก็จะได้พบกับรูปปั้นพระภิกษุสงฆ์หน้าตายิ้มแย้มยืนถือบาตร เพื่อเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนได้มีโอกาสได้ทำบุญร่วมกัน เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เราอยากจะแนะน ำให้ไปกราบสักการะองค์หลวงพ่อเพื่อเป็นสิริมงคล

สวนผึ้งออร์คิด

          ใครชอบกล้วยไม้ไม่ควรพลาดกับ "สวนผึ้งออร์คิด" เป็นศูนย์รวม แวนด้า แอสโดเซนด้า ลูกผสมหลากสี สวยงาม มีให้เลือกกันอย่างมากมายชอบต้นไหนก็ซื้อกลับบ้านได้เลย ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักร้อยยันหลักพัน สถานที่สะอาด บรรยากาศสบาย โดยมีเจ้าของร้านใจดีอย่างคุณอนุโพธิ์  พรายมณี หรือ พี่เล็ก ให้การต้อนรับพร้อมแนะนำให้ความรู้ และข้อมูลเกี่ยวกับต้นกล้วยไม้เป็นอย่างดี พร้อมจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เปิดให้เข้าชมฟรี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร. 0-3272-2230 หรือ www.suanpheungorchids.com

สวนผึ้ง รีสอร์ท



          รีสอร์ทน้องใหม่มาแรงที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ด้วยเพราะสถานที่พักเค้าสร้างเป็นตัวการ์ตูนน่ารัก ในเรื่องมนุษย์หินฟริ้นสโตนและก้านกล้วย จึงมีผู้นิยมแวะไปถ่ายรูปเก็บภาพความน่ารักของตัวการ์ตูนเหล่านี้ เปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 12.00 – 14.00 น. ค่าเข้าชมท่านละ 40 บาท สำหรับเด็ก ชมฟรี

          นอก จากสถานที่ท่องเที่ยวที่ต่าง ๆ เราได้กล่าวมาแล้ว เสน่ห์ที่สร้างความประทับใจในการท่องเที่ยวทริปนี้ของเรา ที่ไม่ต้องซื้อหาแต่อย่างใด นั่นคือ บรรยากาศอันแสนสวยงามของธรรมชาติของสองข้างทาง ถนนที่โค้งลดเลี้ยวเห็นวิวภูเขาสลับไปมา เป็นดั่งภาพวาดในฝันที่บรรยายไม่ถูก หากแต่คุณต้องมาสัมผัสด้วยตัวคุณเองเท่านั้น...!

การเดินทาง

          •   โดยรถยนต์ส่วนตัว จากกรุงเทพฯ มี 2 เส้นทาง

          1. เส้นนครชัยศรี (ถนนเพชรเกษม) หรือทางพุทธมณฑล  เลี้ยวซ้าย เข้า อ.เมือง ราชบุรี ผ่าน อ.โพธาราม ตามทางหลวงหมายเลข 4 เลี้ยวขวา แถวเขางู ผ่าน อ.จอมบึง ตามทางหลวง 3087 และ อ.สวนผึ้ง

          2. เส้น ธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2) ทางหลวงหมายเลข 35 ผ่าน สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เลี้ยว ขวาเข้า อ.ปากท่อ ผ่าน อ.เมือง ราชบุรี ผ่านเขาแก่นจันทร์ แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวง 3208 เข้า อ.สวนผึ้ง


          •   รถประจำทาง

          ท่านสามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ โดยท่านสามารถขึ้นรถตู้จากโรงแรมรัตนโกสินตร์ มาลงที่วิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง หรือสามารถขึ้นรถที่สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศ ชั้น 1 มาลงที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี หลังจากที่ท่านมาถึงที่อำเภอจอมบึงแล้วนั้น ท่านสามารถนั่งรถโดยสารต่อมายังอำเภอสวนผึ้ง โดยรถประจำทางสายจอมบึง - สวนผึ้ง (คันสีน้ำเงิน) ท่านสามารถนั่งรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากตลาดอำเภอสวนผึ้ง
http://travel.kapook.com/view20110.html

มหัศจรรย์ สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย

มหัศจรรย์ สามพันโบก แกรนด์แคนยอนเมืองไทย





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบสวยๆ จาก คุณ MilkyWay

          หากต้องเดินทางไกลไปสัมผัสกับสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ อย่าง "แกรนด์แคนยอน" ดินแดนแห่งหินผาและหุบเหว ในรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะเลแตกต่างกันไปตั้งแต่ 381-2,793 เมตร มีความกว้างตั้งแต่ 2-24 กิโลเมตร และลึกประมาณ 1,600 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกแวะเวียนไปพิสูจน์ความงามนับเป็นแสน ๆ คนต่อปี... อาจจะดูไกลไปนิด... วันนี้เราขอแนะนำให้รู้จักกับ "แกรนด์แคนยอนเมืองไทย" สถานที่ท่องเที่ยวแสนใกล้ ที่ขอรับรองว่าโดนใจคนไทยแน่นอน นั่นก็คือ... "สามพันโบก" แก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง ที่มีความสวยงามมากๆ

          "สามพันโบก" ตั้งอยู่ที่บ้านโป่งเป้า ตำบลเหล่างาม อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ในลำน้ำโขง ซึ่งจะปรากฏให้เห็นเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง (ประมาณเดือนมกราคม – เมษายน) ทั้งนี้ ที่เรียกว่า "สามพันโบก" เพราะบนแก่งหินมีแอ่งน้ำขนาดเล็กใหญ่จำนวนมากกว่า 3,000 แอ่ง (คำว่า "โบก" เป็นภาษาลาว แปลว่า "แอ่ง") จึงเรียกที่นี่ว่า สามพันโบก


 นอกจากนี้ ลักษณะของแก่งหินยังมีขนาดใหญ่มากคล้ายภูเขากลางลำน้ำโขง ความสวยงามวิจิตรของหินที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนเว้าแหว่ง มองเห็นเป็นภาพศิลปะ มีรูปร่างแตกต่างกันออกไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง บ้างเป็นรูปวงรี รูปดาว รูปวงกลม และรูปอื่นๆ อีกมากมาย ตามแต่ที่เราจะจินตนาการ เพราะมีมากกว่า 3,000 แอ่ง ที่นี่จึงได้ฉายาว่า "แกรนแคนย่อนเมืองไทย" ...ถ้าอยากรู้ว่าสวยงามแค่ไหน ต้องลองไปพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองค่ะ

          อย่างไรก็ตาม การเดินทางท่องเที่ยวทางเรือไปยังแก่งสามพันโบก นิยมนั่งเรือจากหาดสลึง ที่บ้านสองคอน ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร ล่องตามลำน้ำโขงระยะทาง 4 กิโลเมตร ระหว่างทางจะผ่าน "ปากบ้อง" จุดแคบที่สุดของแม่น้ำโขง ซึ่งมีความกว้างเพียง 56 เมตร และ "หินหัวพะเนียง" เป็นแก่งหินกลางแม่น้ำที่ทำให้แม่น้ำโขงแยกออกเป็นสองสาย หรือสองคอน ในภาษาท้องถิ่น จึงเป็นที่มาของชื่อ "บ้านสองคอน"


 และในบริเวณใกล้เคียงกันนั้น ยังมี "ถ้ำ" ที่มีความสวยงามมาก คือ ถ้ำนางเข็นฝ้าย, ถ้ำนางต่ำหูก, หาดหงษ์, หาดหินสี, หลักศิลาเลข, แก่งสองคอน, ภูเขาหิน และหาดแห่ โดยมีที่พักให้นักท่องเที่ยวได้พักอย่างสะดวกสบายริมหาดสลึง พร้อมร้านอาหารไทยและอีสานมากมาย ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร โทร.0-4533-8057, 0-4533-8015
hilight.kapook.com/view/35370

ประติมากรรมดิน อ้ายงั่ว แห่งน้ำพระปรง

ไปสระแก้ว ชมละลุ ประติมากรรมดิน อ้ายงั่ว แห่งน้ำพระปรง
สระแก้ว เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ชายแดนเบื้องบูรพาของประเทศไทย บนผืนแผ่นดินที่ชาวบ้านมองว่าไม่มีค่า แม้แต่จะใช้ปลูกพืชอะไรก็ไม่ขึ้น มีสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติและก็กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันยิ่งใหญ่ที่กำลังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว จนถูกยกระดับจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้เป็น 1 ใน unseen Thailand แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติแห่งใหม่ของจังหวัดสระแก้ว ตั้งอยู่ที่บ้านเนินขามและบ้านคลองยาง ตำบลทัพราช ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 36 กิโลเมตร ก่อนจะไปท่องเที่ยวละลุขอยืดเส้นยืดสายออกกำลังบริหารร่างกายให้ได้เหงื่อกับกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย "สระแก้ว แอดเวนเจอร์" กับบรรยากาศฟาร์มโชคทวีชัยร่มรื่นด้วยสวนต้นไม้น้อยใหญ่


เดินทางมาถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวได้อุ่นเครื่องเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมมาแล้วก็ไปลุยดิน เพื่อไม่เป็นการทำลายธรรมชาติไม่ให้รถยนต์เข้าไปในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เพราะการขับรถเข้าไปจะทำให้ดินในบริเวณนั้นเกิดการยุบตัวลง และสร้างความเสียหายให้กับดินละลุ นักท่องเที่ยวสามารถเช้ารถนำเที่ยวเครื่องยนต์สีแดง ตัวรถสีเขียว ประดับด้วยร่มสีหวาน ใช้ในราษฎรเท่านั้นเรียกว่า "อีแต๊ก" นั้นเอง เพื่อเข้าไปชมละลุ พร้อมเป็นการช่วยเหลือให้ชาวบ้านมีรายได้ โดยเสียค่าบริการคันละ 200 บาท โดยสารได้คันละประมาณ 6-8 คน และจะมีมัคคุเทศก์ท้องถิ่นรวมถึงยุวมัคคุเทศก์มาให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของดินละลุอีกด้วย


"ละลุ" เป็นภาษาเขมร แปลว่า "ทะลุ" อันเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ผ่านระยะเวลามายาวนานหลายล้านปี เกิดจากน้ำฝนกัดเซาะผิวหน้าดิน ทำให้ยุบตัวหรือพังทลายลงมา ส่วนสภาพดินที่แข็งกว่าก็จะคงตัวอยู่ด้านบนไม่ยุบตัว ทำหน้าที่เหมือนเป็นดังหมวกเหล็กคุ้มกันชั้นกรวดทรายที่อ่อนกว่าด้านล่าง ซึ่งในทุกๆปี ละลุจะเปลี่ยนรูปร่างของผิวดินไปเรื่อยๆ โดยมีแรงลม และน้ำฝนช่วยกันทำหน้าที่ดังศิลปินคอยตกแต่งกัดกร่อนชั้นดิน เกิดเป็นงานประติมากรรมดินรูปทรงสวยงามแปลกตาให้มีลักษณะเป็นรูปต่างๆ มองคล้ายกำแพงเมือง หน้าผา บ้างมีลักษณะเป็นแท่ง ๆ ตามจินตนาการของแต่ละคน จึงได้รับขนานนามว่าเป็นแกรนด์แคนยอนของเมืองไทยเลยทีเดียว

และในพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ละลุกระจายกันอยู่เป็นจุดๆโดยจะแบ่งละลุออกเป็นโซนๆ ซึ่งแต่ละโซนก็จะมีละลุที่มีลักษณะความสวยงามแตกต่างกันซึ่ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุด คือ ตอนเช้าและเย็น เพราะช่วงนั้นแสงแดดอ่อนๆ จะส่องกระทบประติมากรรมดินอาบแสงสีทองดูสวยงามจับใจ ทำให้ละลุมีความสวยงามเหมาะแก่การไปเที่ยวชม


ตะวันเริ่มทอแสงแดดอันแรงกล้าถึงเวลาไปพักร้อนเขตท่องเที่ยวเชิงนิเวศ อำเภอวัฒนานคร ชมบรรยากาศเย็นสบายลำน้ำที่ไหลลงมาจาก อุทยานแห่งชาติปางสีดา ด้วยสภาพป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์จึงกลายเป็น "อ่างเก็บน้ำพระปรง" เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในจังหวัดสระแก้ว สร้างกั้นต้นน้ำห้วยพระปรงซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพันธุ์ปลานานาชนิด ทำให้ชาวบ้านแถวนี้หลังจากว่างเว้นจากการทำไร่ ทำนา หารายได้เสริมด้วยการจับปลาขาย

เสน่ห์ของอ่างเก็บน้ำพระปรงอยู่ที่ได้มานั่งเรือ รับลมชมทิวทัศน์ธรรมชาติรอบอ่างเก็บน้ำ ตกปลา ดูนกป่า นกทุ่ง นกน้ำนานาชนิด โดยเฉพาะนกน้ำขนาดใหญ่ที่หายากใกล้สูญพันธุ์อย่าง "อ้ายงั่ว" นกน้ำหาดูยากชนิดหนึ่ง ขนาดลำตัวยาวประมาณ 90 เซนติเมตร ลำคอยาวเรียวดูคล้ายงู หัวยาวมีจะงอยปากรูปคล้ายมีดปลายแหลม บนแผ่นหลังและปีกมีลายขีดแต้มสีเทาออกขาว ใต้คางและคอมีสีขาว มีแถบเรียบสีขาวจากบริเวณด้านหลังตาพาดลงมาประมาณครึ่งหนึ่งของความยาวส่วนคอ หางยาวเป็นขนแข็งเรียงกันเป็นรูปพัด ส่วนขาและเท้าสีดำ ชอบเกาะตามกิ่งไม้ที่ทอดยาวยื่นเข้ามาเหนือผืนน้ำเวลานกอ้ายงั่วหากินจะว่ายน้ำโดยลำตัวทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำมีเพียงส่วนหัวและลำคอที่ชูขึ้นมาเหนือน้ำมองคล้ายๆ งูกำลังว่ายน้ำเป็นลักษณะของนกอ้ายงั่วโดยเฉพาะส่วนหัวที่คล้ายกับงู ทำให้ชาวบ้านขนานนามนกอ้ายงั่วอีกชื่อหนึ่งว่า "นกงู"



ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปีขณะที่ล่องเรือจะได้เห็นนกอ้ายงั่วเกาะอยู่ตามต้นไม้ตอไม้แห้ง หรือถ้าโชคดีอาจได้เห็นมันดำน้ำจับปลาโชว์คอยาวเหมือนงู เมื่อเรือลอยไปใกล้ก็จะได้เห็นลีลาการบินขึ้นจากน้ำ ด้วยการตีปีกและเท้ากับน้ำก่อนที่จะค่อยๆวิ่งขึ้นเหนือน้ำแล้วบินต่อภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว อ่างเก็บน้ำพระปรงถือเป็นแหล่งหากินของนกอ้ายงั่วที่ใหญ่ที่สุดของไทย นอกจากนี้มีอาหารเมนูปลาหลากชนิดของที่นี่ขึ้นชื่อ จึงเป็นแหล่งพักผ่อนของนักท่องเที่ยวและคนในจังหวัดเป็นอย่างดี


สระแก้ว ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ออกเดินทางไปค้นหา เปิดมุมมองประสบการณ์ชีวิตครั้งใหม่ก่อเกิดความประทับใจ จึงถูกบันทึกลงสู่ความทรงจำแล้วในวันที่คิดถึงสระแก้วก็ยังคงอยู่ในใจเสมอ

สามารถสอบถามข้อมูลและตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครนายก

โทร. 0-3731-2282, 0-3731-2284 เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น.หรือดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.tat8.com ติดตามข่าวสารการท่องเที่ยวกับ www.facebook.com/tatnayokfans และ www.twitter.com/tatnayok

เรื่อง & ภาพ : วุฒิภัทร วิมุกตานนท์
http://travel.sanook.com/950428/%

เกาะนางยวน

เกาะนางยวน


รายละเอียด :
เกาะนางยวน – เกาะในประเทศเขตร้อนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก


     ถ้าคุณได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวที่เกาะเต่าหรือเกาะสมุยในวันหยุดแล้วละก็ ขอแนะนำว่าอย่าพลาดที่จะไปเที่ยวที่เกาะนางยวนเด็ดขาด เพราะเกาะนางยวนที่ประเทศไทยนี่อาจถือเป็นเกาะในประเทศเขตร้อนที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ใช้เวลาเดือนทางจากชายฝั่งทางเหนือของเกาะเสม็ดด้วยสปีดโบ้ทเพียงแค่ 1.5 ชั่วโมงคุณก็จะได้พบกับดินแดนแห่งทรวงสวรรค์ เกาะนางยวนนี้ตั้งอยู่ถัดจากเกาะเต่า มีชายหาดที่มีชื่อเสียงเพราะมีเม็ดทรายขาวบริสุทธิ์ราวกับน้ำตาลรวมถึงมีน้ำทะเลเขียวใสราวกับมรกต



   แท้จริงแล้วเกาะนางยวนประกอบไปด้วยเกาะเล็กๆที่สวยงาม 3 เกาะเชื่อมต่อกันด้วยหาดทรายเล็กๆ (ยาวประมาณ 50 ม.) ซึ่งจะโผล่ให้เห็นเมื่อน้ำทะเลลด เกาะทั้งสามนี้เรียกว่าเกาะเหนือ เกาะกลาง และเกาะใต้ตามลำดับ หากมองไกลๆอาจจะเหมือนคุณกำลังเดินอยู่บนผิวน้ำ!!!



การเดินทางไปจุดชมวิวนั้นใช้เวลาราว 25 นาที แค่เพียงคุณเดินตามป้ายที่เขียนว่าไปจุดชมวิว คุณก็จะได้ไปเจอวิวที่สวยงามที่คุณสามารถเก็บภาพแห่งความประทับใจได้มากมาย และสำหรับบางคนอย่างเช่นฉัน การปีนเขาขึ้นไปจุดชมวิวอาจเป็นเรื่องน่าท้าทายอีกด้วย

          เกาะนี้เปนเกาะที่แสนโรแมนติกที่คุณสามารถปลีกเวลาไปซึมซับบรรยากาศกับคนรักของคุณ

ช่วงเวลาที่น่าไปเที่ยวเกาะนางยวน:
ช่วงตอนบ่าย เพราะช่วงเช้าเกาะนางยวนจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ

นอกจากนี้ ยังไม่ควรจะไปเที่ยวเกาะนางยวนในหน้าฝน ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน เพราะจะมีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้ามา

วิธีเดินทางไปเกาะนางยวน:
จากเกาะสมุย จะมีบริษัททัวร์มากมายหลายราคาที่จัดนำเที่ยวแบบวันเดียวไปเกาะเต่าและเกาะนางยวน

กิจกรรมที่เกาะนางยวน:
ดำนำ อาบแดด รวมถึงสร้างปราสาททราย



http://www.wikalenda.com/review/content/19-20-%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%99.html

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2555

งานไทยเที่ยวไทย2555

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 24 1-4 มีนาคม 2555 ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ไปเที่ยว February 7, 2012 โดย นายหัว
งานไทยเที่ยวไทย 2555

งานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 24
จัดโดยบริษัท พี.เค.เอ็กซิบิชั่น แมนเนจเม้นท์ จำกัด เป็นมหกรรมงานท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย ภายใต้ธีม ร้อนนี้ซ่า ท้าทุกที่เที่ยว วันที่ 1 – 4 มีนาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ภายในงานไทยเที่ยวไทย 2555นี้ จะมีผู้ประกอบการชั้นนำกว่า 1,185 รายมานำเสนอสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวคุณภาพ อาทิ โรงแรม รีสอร์ท สปา บริษัททัวร์ สายการบิน รถเช่า เรือท่องเที่ยว สถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ สวนสัตว์ สวนสนุก บัตรบุปเฟ่ต์ ภัตตาคาร อุปกรณ์การเดินทาง แค้มปิ้ง ดำน้ำ รวมถึงสินค้าของฝากของที่ระลึกทั่วไป ในราคาโปรโมชั่นสุดร้อน พร้อมรับข้อเสนอดี ๆ ทั้งส่วนลดเพิ่มสูงสุด 25 % จากบัตรเครดิต CITIBANK และ HSBC และไฮไลท์ ต่าง ๆ มากมาย
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมงานไทยเที่ยวไทย 2555 Call 02-683-3065